ลุ้นกันมันส์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมตช์ที่ 34 ของฤดูกาล 2022-23 ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยอาทิตย์นี้มีคู่น่าสนใจหลายคู่ ขณะที่ท็อปโฟว์ พรีเมียร์ลีก ยังต้องขับเคี่ยวเพื่อคว้าตัว แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้ โดยประเด็นทั้ง 4 จะมีอะไรที่น่าติดตามบ้าง วันนี้เราจะพาคุณไปชม 4 ประเด็นก่อนเกมกับ ลุ้นกันมันส์ จะมีอะไรบ้าง เราไปติดตามกันเลย

 

1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS วัตฟอร์ด

เรียกว่าเป็นของหวานสําหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จริงๆ สําหรับวัตฟอร์ดที่โดนสิงห์บลูส์ถล่มไป 14 ครั้งติดต่อกัน และสถิติจะก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุดทันที หากชัยชนะนัดนี้ตกเป็นของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ไม่มีอีกด้านหนึ่งที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงประตูได้มากกว่าแตนอาละวาดในทุกรายการ ยิงไป 11 ประตูกับวัตฟอร์ด บอล และอีก 6 เกมหลังยิงไป 10 ประตู

 

ชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของรอย ฮอดจ์สัน ทั้ง 3 นัดมาจากเกมเยือน (2 นัดกับฟูแล่ม และอีกนัดกับคริสตัล พาเลซ) และมีเพียงนิวคาสเซิ่ลเท่านั้น มีเพียงเขาเท่านั้นที่ชนะมากกว่าซิตี้ (4) โดย 5 เกมในเอ็มมานูเอล เดนนิสทําประตูได้ แต่ทีมแพ้ ไม่มีนักเตะคนไหนทําได้มากกว่าฤดูกาลนี้ และนั่นคือสถิติการทําประตูและแพ้ฮอร์เนตส์ต่อไฮดาร์ เฮลกูสัน ในฤดูกาล 1999/00

 

2 อาร์เซน่อล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เป็นการพบกันระหว่างทั้งสองทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ ด้วยอาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่เล็งที่จะเอาชนะเอมิลสมิธโรว์ในฐานะผู้เล่นเดอะกันเนอร์สเป็นผู้ทําประตูสูงสุดที่เอมิเรตส์สเตเดียมในฤดูกาลนี้ยิงได้หกประตูในทุกรายการและทั้งหมดจบลงด้วยการชนะอาร์เซนอล

 

ดาวเตะวัย 21 ปียังเป็นผู้รักษาประตูในเกมพบปีศาจแดงที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด และคาดว่าจะกลายเป็นนักเตะชาวลอนดอนเหนือคนแรกที่ทําประตูให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ ยูไนเต็ดกลับไปกลับมาในเกมเหย้านัดแรกของฤดูกาลกับแมนเชสเตอร์ เรดส์ อาร์เซนอล ไร้พ่ายใน 3 นัดหลังสุด (W2 D1) และเก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด โดยเดอะ กันเนอร์ส ไม่แพ้ใครมา 4 เกมติดต่อกันในบ้านกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

จากเกมก่อนหน้านั้น พวกเขาชนะในบ้าน 3-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จบการแข่งขัน 6 นัดโดยไม่ชนะอาร์เซนอล และตอนนี้พวกเขาหวังว่าจะชนะเกมนั้นเพื่อปิดฉากการทํางานของนอร์ดิก ทีมชนะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2017/18 โดยหงส์แดงไม่แพ้ใครในลอนดอน 13 นัดติดต่อกัน (ชนะ 8 เสมอ 5) โดยครั้งล่าสุดที่พวกเขาแพ้ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมในเดือนมกราคม 2020 ซึ่งเป็นทีมที่ยาวที่สุดนอกกรุงลอนดอนที่ยังไม่แพ้ใครในเมืองหลวงของอังกฤษ ลิเวอร์พูล ลงเล่นไป 16 นัด ระหว่างเดือนพฤษภาคม 1987-ตุลาคม 1989

 

3 ลิเวอร์พูล VS เอฟเวอร์ตัน

เอฟเวอร์ตัน จบสถิติไร้พ่าย 20 เกมที่แอนฟิลด์ (ชนะ 9 เสมอ 11) หลังชนะ 2-0 เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่นี่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ชนะลิเวอร์พูล 2 นัดติดต่อกันเลยตั้งแต่เดือนนั้น เดือนกุมภาพันธ์ 1986 ก็ตาม อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ชนะใคร 2 นัดในบ้านกับลิเวอร์พูลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 1986 ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูล แพ้เพียงเกมเดียวจาก 22 เกมในลีกกับคู่แข่งอย่าง ซิตี้ (ชนะ 9 เสมอ 12)

 

ไม่มีเกมพรีเมียร์ลีกจบด้วยการเสมออย่างเอฟเวอร์ตัน ขณะเดียวกันในเกมกับลิเวอร์พูล (24) เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ทําใบแดงได้ 22 ใบและประตูบาดเจ็บ 5 ประตู ซึ่งทั้งหมดเป็นสถิติในลีก

 

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงได้ 2 ประตูในเกมแรกที่กูดิสัน พาร์ค นักเตะหงส์แดงคนสุดท้ายที่ยิงประตูใส่เอฟเวอร์ตันอย่างน้อย 2 ประตูในฤดูกาลเดียวกันคือ ดิ๊ก เอฟ คัมมิ่งส์ นอร์ชอว์ ในฤดูกาล 1925/26 (ยิง 3 ประตูในบ้าน 2 นัด)

 

4 เบรนท์ฟอร์ด VS สเปอร์ส

คริสเตียน อีริคเซ่น มีส่วนร่วมโดยตรงกับ 3 ประตูจาก 4 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก (1 ประตู 2 แอสซิสต์) เบรนท์ฟอร์ดชนะทั้งทีม ขณะที่เดนมาร์ก (5 นัด) ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 26 ที่ทําประตูให้สเปอร์สในฐานะอดีตนักเตะของสเปอร์ส

 

แฮร์รี่ เคน ยิงประตูใส่คู่แข่งในพรีเมียร์ลีกไป 31 นัด โดยเบรนท์ฟอร์ดเป็นฝ่ายเดียวที่เขาเอาชนะไม่ได้ เคน มีส่วนร่วมกับ 50 ประตูในลอนดอน ดาร์บี้ (39 ประตู 11 ประตู) มีเพียง เธียร์รี่ อองรี เท่านั้นที่ทําได้มากกว่าเขา (55)

 

ในฤดูกาลนี้มีเพียงเชลซีเท่านั้นที่ทําคะแนนได้มากกว่าในลอนดอนดาร์บี้มากกว่าอองคอร์ (14) และมีเพียง 3 สโมสรในลอนดอนเท่านั้นที่ทําคะแนนได้มากกว่าในดาร์บี้ อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่ทีมจากลอนดอนลงเล่นในพรีเมียร์ลีกในพรีเมียร์ลีก มีเพียง 3 ทีมที่ทําแต้มในลอนดอนดาร์บี้ได้มากกว่าเบรนท์ฟอร์ด ทั้ง 3 ทีมคือ เชลซี, สเปอร์ส และวิมเบิลดัน ที่มี 19 คะแนน, 16 คะแนน และ 15 คะแนนในฤดูกาล 1992-93 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกในลีกสูงสุดอังกฤษที่เปลี่ยนไป แชมป์พรีเมียร์ลีก

 

เบรนท์ฟอร์ดและสเปอร์สยิงไป 3 ประตูจากอาการบาดเจ็บในฤดูกาลนี้ และมีเพียง 4 ทีมเท่านั้นที่ยิงได้ 4 ประตูในปีเดียวกัน ได้แก่ ซันเดอร์แลนด์ 2007/08, ลิเวอร์พูล 2008/09, เอฟเวอร์ตัน 2009/10 และนิวคาสเซิ่ล 2012/13)

You may also like