หงส์แดงลิเวอร์พูล ล้างแค้นได้สำเร็จในเกมที่สุดมัน ระดับห้าดาวของจริง ในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาวคัพ และอันที่จริงทั้งสองทีมสอยตาข่ายกันได้หลายหน แต่มีจังหวะล้ำหน้า และจังหวะที่ถูกวีเออาร์ปฏิเสธชนิดนับครั้งไม่ถ้วนให้แฟนบอลได้ทึ่ง และนี่คือ 4 ประเด็นหลังเกม หงส์แดง พิชิต สิงห์บลู ได้สำเร็จ จะมีอะไรที่น่าติดตามกันบ้าง หากพร้อมแล้ว รับชมไปพร้อมๆกันเลย

1.ควีวิน เคลเลเฮอร์ ปู้รักษาประตูสำรองของทัพ หงส์แดง เคยเป็นกองหน้ามาก่อน

หงส์แดงลิเวอร์พูล ก่อนฟาดแข้งในเกมนี้กับ เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาวคัพ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ประกาศล่วงหน้าแล้วว่าจะส่ง ควีวิน เคลเลเฮอร์ ลงเฝ้าเสาเนื่องจากมันเป็นรายการของเขา แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ กุนซือเฮฟวี่เมทัลเคยสร้างเซอร์ไพรส์ส่ง อลิสซง เบ็คเกอร์ ลงสนาม แต่มันเป็นเพราะเขาต้องการให้นายทวารทีมชาติบราซิลได้สัมผัสกับเกมบ้างเพื่อสร้างความต่อเนื่องหลังจากต้องพักไปนานพอสมควรเนื่องจากติดเชื้อโควิด และ จากที่เห็น คล็อปป์ ตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกให้ความไว้วางใจนายประตูไอริชวัย 23 ปีลงเล่นนัดสำคัญเนื่องจาก เคลเลเฮอร์ มีฝีมือป้องกันประตูที่เหนียวแน่นไว้ใจได้

จนในที่สุดเมื่อเกมการดวลลูกโทษตัดสินยืดเยื้อมาถึงขั้นที่เขาต้องยืดอกทำหน้าที่อย่างเสียไม่ได้ จากที่เห็น แน่นอนว่านายทวารมือสองของ หงส์แดง กดดันไม่น้อยดังจะเห็นว่าเขามีสีหน้าที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่ที่ต้องกลายมาเป็นคนตัดสินผลแพ้ชนะในนัดสำคัญด้วยตัวเองแต่ในที่สุด เคลเลเฮอร์ ก็ทำหน้าที่ได้สำเร็จซึ่งอาจเป็นเพราะก่อนจะหันมาสวมถุงมือ เขาเคยเล่นเป็นหัวหอกมาตั้งแต่วัยเด็กสมัยอยู่กับทีม ริงมาฮอน เรนเจอร์ส ในบ้านเกิด แถมมีสถิติสอยตาข่ายที่ดีซะด้วย กระทั่งอายุ 14 ปีจึงหันมาเอาดีกับการเป็นนายทวารก่อนย้ายสู่อะคาเดมี่ของ หงส์แดง ขณะเดียวกัน เคลเลเฮอร์ ยังสร้างชื่อเป็นนายทวาร ลิเวอร์พูล ที่พาทีมชนะการดวลลูกโทษมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วยเนื่องจากเกมที่ เวมบลีย์ นับเป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาทำได้สำเร็จหลังผ่านการเฝ้าเสาให้กับสโมสรมาทั้งสิ้น 16 นัด

2.กฏการดวลลูกโทษยังขลังเหมือนเดิม

 และแม้ทั้งสองฝ่ายจะทำหน้าที่ได้ดีจนในที่สุดนายทวารต้องรับผิดชอบภารกิจสำคัญด้วยเช่นกัน แต่การได้ยิงลูกโทษก่อน และยิงเข้าย่อมกดดันคู่แข่งที่ได้ยิงทีหลัง และต้องยิงเพื่อตีเสมอเท่านั้น กระทั่งสุดท้ายแล้ว ลิเวอร์พูล ก็ได้แชมป์ไปเชยชมแบบหวุดหวิดเป็นที่สุดเนื่องจาก เชลซี ไม่ใช่คู่แข่งรองบ่อน และพวกเขามีดีกรีเป็นแชมป์มามากมายก่ายกองเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ชัยชนะด้วยการดวลลูกโทษ 11-10 ของ ลิเวอร์พูล ที่มีเหนือ เชลซี ยังเป็นสถิติการดวลลูกโทษตุงตาข่ายสูงที่สุดเท่าที่ทีมในลีกสูงสุดของอังกฤษห้ำหั่นกันเองอีกด้วย

3.ลิเวอร์พูล ล้างแค้น เชลซี จนได้

หงส์แดง กับ สิงห์บลูส์ ผ่านการฟาดแข้งกันมาแล้วอย่างมากมายก็จริง แต่หากจะนับเฉพาะการเผชิญหน้ากันในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย ทั้งสองทีมเคยบู๊กันมาก่อนหน้านี้สองครั้ง และเป็น สิงห์บลูส์ ที่กำชัยได้เรียบวุธ

เริ่มจากนัดชิงชนะเลิศ ลีกคัพ ปี 2005 ซึ่งต้องต่อเวลาพิเศษเช่นกัน และเป็นทีมเมืองกรุงที่ชนะ หงส์แดง 3-2 ในเวลา 120 นาที จากนั้นทั้งคู่ก็โคจรมาดวลกันอีกในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ ปี 2012 ซึ่งลงเอยโดย เชลซี กำชัยได้ 2-1 จนในที่สุด เร้ด แมชีน ก็ประสบความสำเร็จเหนือทีมดังแห่งลอนดอนจนได้ในการต่อกรกันหนที่สามซึ่งทำให้ทีมจาก แอนฟิลด์ สถาปนาตัวเองเป็นเจ้าพ่อ ลีกคัพ เรียบร้อยแล้วจากการคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 9 เหนือ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งได้แชมป์รายการนี้ 8 สมัย

พร้อมกันนี้ คล็อปป์ ก็สมหวังได้แชมป์ฟุตบอลถ้วยในเมืองผู้ดีไปเชยชมเป็นหนแรกเช่นกัน อีกทั้งเขายังสยบ โธมัส ทูเคิ่ล เพื่อนร่วมชาติได้สำเร็จด้วยการชิงเป็นกุนซือชาวเยอรมันคนแรกที่ได้แชมป์ลีกคัพของอังกฤษอีกด้วย และสุดท้ายแล้ว มันเป็นแชมป์ใบที่ 10 ในอาชีพกุนซือของ คล็อปป์ ซึ่งเป็นการได้แชมป์กับ ดอร์ทมุนด์ และ ลิเวอร์พูล ทีมละห้ารายการเท่ากัน

-ดอร์ทมุนด์

บุนเดสลีกา : 2010/11, 2011/12

เดเอฟเบ โพคาล : 2011/12

ซูเปอร์คัพเยอรมัน : 2013, 2014

-ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก : 2019/20

ลีกคัพ : 2022

แชมเปี้ยนส์ลีก : 2018/19

ยูฟ่าซูเปอร์คัพ : 2019

สโมสรโลก : 2019

4.โธมัส ทูเคิ่ล เปลี่ยนตัวได้น่ากังขา

บอกได้เลยว่ากุนซือชาวเยอรมันของ สิงห์บลูส์ ตัดสินใจพลาดอย่างรุนแรงที่เลือกเปลี่ยน เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ลงเฝ้าเสาแทน เอดูอาร์ เมนดี้ ก่อนที่การดวลลูกโทษจะอุบัติ เพราะอันที่จริงผู้รักษาประตูทีมชาติ เซเนกัล ก็เซฟลูกโทษเป็นเหมือนกัน ไม่ได้ด้อยไปกว่าเพื่อนร่วมอาชีพคนไหนเลย และเขาเพิ่งเซฟลูกโทษพาบ้านเกิดเมืองนอนสยบ อียิปต์ ในนัดชิงชนะเลิศ แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ มาเมื่อไม่นาน

และ ที่สำคัญที่สุด ตลอดการเฝ้าเสาเกือบๆ 120 นาทีที่ เวมบลีย์ เมนดี้ ก็เซฟลูกยากครั้งแล้วครั้งเล่าช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตูได้อย่างน่าทึ่ง เขาจึงน่าจะมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่จะทำหน้าที่ต่อหากเกมยืดเยื้อมาถึงการดวลลูกโทษ ฉะนั้นแล้วจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ ทูเคิ่ล คิดลึก และคิดมากเกินไปด้วยเชื่อว่ามือกาวสแปนิชคือเทพของการเซฟลูกโทษซึ่งปรากฏว่าเขาเซฟไม่ได้เลย แถมแทบไม่ใกล้เคียงที่จะปัดป้องได้เลยสักครั้ง

You may also like